
วิธีการควบคุมอุณหภูมิของ PET ให้เหมาะสม
เคยเจอปัญหาว่าขวดที่ผลิตออกมามีคราบสีมุกๆ หรือไม่? หรือบางจุดของผนังขวดก็บางเกินไป ในขณะที่บางจุดก็หนาเกินไป มันน่ารำคาญมากเลยใช่ไหม? โดยปกติแล้ว ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่ดีพอ
หากคุณใช้เครื่อง SIPA SFR 16s หรือ Krones Contiform คุณก็คงรู้ดีว่าหลอด IR คือส่วนที่ต้องทนต่อแรงกดดันมากที่สุด เราจึงผลิตหลอดทดแทนที่มีสเป็คเท่ากับหลอดของผู้ผลิตตัวจริง แต่ราคาก็ไม่สูงจนทำให้คุณต้องจ่ายค่าบำรุงรักษามากเกินไป
เรื่องของกำลังไฟและแรงดันไฟฟ้า
เครื่องเหล่านี้ใช้รังสีอินฟราเรดความถี่สูงเพื่อให้ความร้อนกับขวดก่อนการขึ้นรูป โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ขวดร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้ส่วนคอขวดละลายไปด้วย เราใช้หลอดควอตซ์ที่มีกำลังไฟสูง ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับแรงดันไฟฟ้าที่เฉพาะเจาะจง เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าสูง ก็จะสามารถสร้างความร้อนได้มากขึ้นในพื้นที่ที่เล็กลง นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้โพลิเมอร์ PET พร้อมสำหรับการขึ้นรูปได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที หากแรงดันไฟฟ้าลดลง หรือกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอ อัตราการขึ้นรูปของขวดก็จะลดลงด้วย
เรื่องของควอตซ์และตัวเชื่อมต่อ
เราใช้ควอตซ์ที่มีผนังหนา เพราะเราไม่อยากให้หลอดบิดเบี้ยวเมื่อมีความร้อนสูงมาก ภายในหลอดมีไส้ทังสเตนที่ทำงานด้วยระบบฮาโลเจน ซึ่งช่วยให้ความร้อนถูกส่งกลับไปยังตรงกลางหลอด ทำให้หลอดไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป ส่วนเรื่องการติดตั้งนั้น หลอดเหล่านี้มักใช้ตัวเชื่อมต่อแบบ R7s หรือ Sk15 ซึ่งเป็นตัวเชื่อมต่อที่สามารถใช้แทนได้ง่าย คุณไม่จำเป็นต้องไปปรับแต่งสายไฟหรือถอดชิ้นส่วนอื่นๆ ออกมา แค่เปลี่ยนหลอดใหม่ ปรับค่า PID controller ก็พร้อมใช้งานอีกครั้ง
สิ่งที่ควรระวัง
อย่าลืมว่า ยิ่งมีความร้อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับระบบระบายอากาศมากขึ้นเท่านั้น หากคุณเปลี่ยนมาใช้หลอดที่มีกำลังไฟสูงเพื่อเร่งกระบวนการขึ้นรูป พัดลมระบายความร้อนก็จะต้องทำงานหนักขึ้น คุณไม่อยากให้โครงเครื่องดูดซับความร้อนไปหมดใช่ไหม? อีกเคล็ดลับหนึ่งคือ ควรตรวจสอบกระจกสะท้อนแสงทุกครั้งที่เปลี่ยนหลอด เพราะกระจกสะท้อนแสงที่สกปรกอาจทำให้เสียพลังงานไปประมาณ 20% ซึ่งจะทำให้หลอดต้องทำงานหนักเกินไป และส่งผลให้หลอดมีอายุการใช้งานสั้นลง ดังนั้นควรรักษากระจกสะท้อนแสงให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้หลอดมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น